|
  |
 |
|
 |
|
หน้าที่การงาน
ภาวะวิกฤตอาจจะเกิดขึ้นเทื่อไหร่หรือกับใครก็ได้รวมทั้งตัวเราด้วย การยอมรับความจริงว่า ภาวะวิกฤตได้เกิดขึ้นจริงๆ แล้ว และเตรียมพร้อมไว้ก่อนจะทำให้พ้นจากภาวะนั้นเร็วขึ้น
ป้องกันไว้ก่อนดีกว่า
คุยกับคนในทีมว่างานหนึ่งของทุก ๆ คนก็คือการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอว่าจะเกิดความผิดพลาดในงานส่วนไหนได้บ้าง และถ้ามันเกิดผิดพลาดขึ้นมาจริงๆ จะทำกันอย่างไร ลองซักซ้อมความคิดกันไว้ก่อนจะเห็นปัญหาจริง และควรหันหน้าเข้าหากันช่วยให้คำปรึกษาว่าจะแก้ไขอย่างไรบ้าง
แก้วิกฤตอย่างรวดเร็ว
ยิ่งยืดเยื้อยิ่งเสียโอกาสในการกูให้ฟื้นคืนสภาพเดิมถ้าเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นจริงๆ หากเราได้มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้การแก้ไขสถานการณ์เป็นไปได้อย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น
การผ่านพ้นวิกฤตมาได้ด้วยการเตรียมพร้อมแก้ไขไว้ก่อนล่วงหน้า ป้นประสบการณืที่ดีสำหรับทุกคน การผ่านพ้นมาแต่ละครั้งทำให้เราเรียนรู้การแก้ปัญหาใหญ่ ๆ ได้ด้วยตัวเอง รู้ลึกรู้จริงชนิดว่าตำราเล่มไหนก็สู้ประสบการณ์ของคุณไม่ได้
เครียดไปหรือยังจ๊ะ
คนทำงานกับความเครียดดูจะเป็นคู่ตุนาหงันกันมานานแสนนาน ความกดดันจากการแข่งขัน จากเดตไลน์ส่งงานกับเวลาอันน้อยนิดหรือเจ้านายจอมโวย ล้วนเป็นต้นเหตุให้เกิดความเครียดได้ ลองอ่าน 10 ข้อนี้ว่า แต่ละข้อเหล่านี้ใช่คุณหรือเปล่า
1. คุณกลัวการไปทำงาน
2. คุณเบื่องานจัง
3. คุณต้องใช่ยากล่อมประสาทเพื่อลืมความเครียด
4. เพื่อนร่วมงานเกลียดและรวมหัวกันว่าคุณลับหลัง
5. คุณคิดว่าเจ้านายกำลังจ้องเล่นงานคุณอยู่เสมอ ถ้ามีลูกน้องคุณคิดว่าลูกน้องกำลังพยายามโค่นคุณอยู่
6. ไม่มีใครเห็นคุณค่าในงานที่คุณทำเลย
7. การเลื่อนตำแหน่งในบริษัทคุณไม่ยุติธรรม
8. เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในที่ทำงาน คุณจะต่อต้าน
9. คุณคิดจะลาออกจากงาน และเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่แตกต่างไปจากวันนี้
10. คุณรู้สึกว่าตัวเองถูกทอดทิ้ง ให้อยู่โดดเดี่ยวเสมอ
ถ้าบอกกับตัวเองว่าใช่ทั้ง 10 ข้อละก็ คุณเครียดเกินไปแล้วล่ะ เริ่มมองโลกในแง่ดีบ้าง มองในอนาคตดีกว่าจมอยู่กับความผิดพลาดเราเริ่มต้นใหม่ได้ทุกวัน คุณยังมีข้อดีอีมากมายหลายข้อให้ทัศนา ความสำเร็จหรือความพึงพอใจในงานแต่ละชิ้นแม้เล็กน้อยเพียงใดก็เป็นกำลังเสริมให้เรารู้สึกดีขึ้นได้ไม่น้อย หัดมองให้ชื่นใจบ้าง
ขอคำปรึกษาหารือบ้าง
ถ้าความเครียดของคุณเป็นปัญหาหนักอกคุณอยู่คนเดียวหรือถ้าต้องการมากกว่าคนรับฟัง ต้องการค้นหาคำตอบและทางออกให้เจออย่างเป็นทางการละก็ คุณก็ควรหาผู้เชี่ยวชาญมาให้คำปรึกษาเพื่อให้คุณเลิกเครียด และมีความสุขในการทำงานต่อไป
มาประชุมกันหน่อย
เมื่อใดที่เจ้านายคุณเรียกประชุมเมื่อนั้นโสภาจะแสดงอาการเบื่อหน่ายออกมาอย่างเห็นได้ชัด เพื่อนร่วมงานทุกคนมีสีหน้าเบื่อเหมือนๆ กัน ยกเว้นเอมใจไม่ค่อยมีใครได้ทันเห็นสีหน้าของเธอนัก เพราะเธอรีบฉากไปทำพิธีชงการแฟเงียบ ๆ อยู่คนเดียวก่อนเวลาเข้าประชุมเสมอ เธอเริ่มพิธีจากค่อย ๆ เทกาแฟทีละเกร็ดจากช้อนค่อยๆ รินน้ำร้อนใส่ เหยาะน้ำตาล แล้วคนช้าๆ นานๆ นานมาก เคยถามเธอว่าทำอย่างนี้ทำไม เธอบอกว่า "ชั้นกำลังเตรียมใจนะ" มนุษย์ทำงานหลายคนในหลายๆ บริษัท ก็มีความเบื่อหน่ายเหมือเรา ความเบื่อหน่ายของนักประชุมมี เหตุผลรองรับหลายๆ ข้อด้วยกัน เช่น ประชุมนานเกินไป มีคนผูกขาดปชการประชุมไว้คนเดียว ประชุมแล้วสรุปความไม่ได้ ประชุมเพื่อมาประชุมคราวหน้า ประชุมแต่เรื่องเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฯลฯ
ประโยชน์ของการประชุม
การประชุมนั้นที่จริงแล้วน่าจะก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าสร้างความเบื่อหน่าย ถ้าประชุมนั้นยึดถือหลักว่า
1. ประชุมเพื่อรับฟังการชี้แจงความเป็นไปภายในหน่วยงาน หรือภายในบริษัท
2. ประชุมเพื่อปรึกษาหารือตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ ด้วยกัน
3. เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น การประชุมที่ดีจะเป็นการช่วยวิเคราะห์แนวทางแก้ไขปัญหา
4. เพื่อขจัดปัญหาความขัดแย้งภายใน
5. เพื่อสยบข่าวลือ
6. เพื่อให้ทุกคนเข้าใจในเรื่องเดียวกันให้ตรงกัน
7. เพื่อระดมไอเดียจากคนหลาย ๆ คน
หลังเสร็จการประชุม
เมื่อประชุมเสร็จแล้ว ขอเถอะช่วยกันนำเรื่องที่ประชุมกันไปขยายผล หรือนำไปทำให้เป็นจริงขึ้นมาหน่อย เสียค่าไฟ ค่าแอร์ ค่าน้ำชา กาแฟ และเวลาของคนหลายคนแล้ว ควรจะให้เกิดประโยชน์คุมค่ากับสิ่งที่เสียทรัพยากรหลายอย่างไป อย่าให้ห้องประชุมเป็นเพียงห้องจินตนาการเท่านั้น
มีผู้อ่านข่าวนี้ 299 ครั้ง
กลับหน้าที่ผ่านมา
|
|
|
 |
|
 |
|